Posts

Weakness, Threat และ Risk ประเด็นที่ควรแยกให้ชัด

Image
จากประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา ผู้เขียนพบอยู่บ่อยครั้งว่า เมื่อองค์กรจัดทำ Risk ต่อจากการวิเคราะห์ SWOT รายการ Risk ที่ได้มักมีลักษณะอยู่สองแบบ แบบแรก คือดูคล้ายกับ Weakness หรือ Threat เดิม เพียงแต่นำมาเขียนใหม่โดยเติมคำว่า “ความเสี่ยงจาก...” เข้าไปข้างหน้า อีกแบบหนึ่ง คือเขียนกว้างมาก เช่น ความเสี่ยงจากการแข่งขัน ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจ ความเสี่ยงจากบุคลากร หรือความเสี่ยงจากเทคโนโลยี ซึ่งอ่านแล้วก็เข้าใจว่าเป็นเรื่องสำคัญ แต่ยังไม่ค่อยเห็นชัดว่า อะไรคือสิ่งที่อาจเกิดขึ้น และองค์กรควรเข้าไปจัดการตรงไหน ตัวอย่างเช่น Weakness เขียนว่า รายได้ของหน่วยธุรกิจพึ่งพาลูกค้ารายเดียวในสัดส่วนสูง เมื่อมาถึง Risk กลายเป็น ความเสี่ยงจากการพึ่งพาลูกค้ารายเดียว หรือ Threat เขียนว่า งบประมาณภาครัฐสำหรับโครงการประเภทที่องค์กรรับงานอยู่มีแนวโน้มลดลง เมื่อมาถึง Risk กลายเป็น ความเสี่ยงจากงบประมาณภาครัฐลดลง ข้อความเหล่านี้ไม่ได้ผิดเสียทีเดียว แต่มีปัญหาอยู่สองเรื่อง เรื่องแรกคือ เมื่อเปลี่ยนจาก SWOT มาเป็น Risk แล้ว เราแทบไม่ได้เห็นอะไรเพิ่มขึ้นจากเดิม เรื่องที่สองคือ R...

อย่าให้คำแนะนำ ถ้าไม่มีใครถาม

Image
มีหลายครั้งที่ใครสักคนเล่าเรื่องบางอย่างให้เราฟัง เรื่องงาน เรื่องครอบครัว ความสัมพันธ์ หรือปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ ฟังไปได้ไม่กี่ประโยค เราก็เริ่มมองเห็นทางออก และคำพูดบางอย่างก็ผุดขึ้นมาแทบจะทันที “ถ้าเป็นผมนะ ผมจะ…” “ทำไมไม่ลอง…” “คุณควรจะ…” ส่วนใหญ่คำแนะนำเหล่านี้มาจากความหวังดี เราอยากช่วย อยากให้อีกฝ่ายไม่ต้องเสียเวลา หรือไม่ต้องเดินไปเจอกับความผิดพลาดแบบที่เราเคยผ่านมา แต่มีเรื่องหนึ่งที่น่าฉุกคิด เขาขอคำแนะนำจากเราแล้วหรือยัง ความหวังดี ไม่ได้แปลว่าต้องพูดเสมอไป เมื่อเห็นคนใกล้ตัวกำลังมีปัญหา เรามักอยากช่วยหาทางออกให้ โดยเฉพาะหากเป็นเรื่องที่เราเคยผ่านมาก่อน ประสบการณ์ทำให้เรารู้สึกว่า เราพอจะมองเห็นบางอย่างที่อีกฝ่ายอาจยังไม่เห็น หากบอกเสียตอนนี้ เขาอาจตัดสินใจได้ง่ายขึ้น หลีกเลี่ยงความผิดพลาด หรืออย่างน้อยก็ไม่ต้องเสียเวลาเหมือนที่เราเคยเสียมา ความตั้งใจเช่นนี้ไม่ได้มีอะไรผิด เพียงแต่ความหวังดีของเรา กับสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการในเวลานั้น อาจไม่ใช่เรื่องเดียวกัน คนที่กำลังเล่าปัญหาให้ฟัง อาจไม่ได้กำลังถามว่า “ฉันควรทำอย่างไร” เขาอาจกำลังบอกเพียงว่า ...

SWOT แล้วไปไหนต่อ? เมื่อกลยุทธ์ KPI BSC และ OKR ควรเป็นเรื่องเดียวกัน

Image
  ผู้เขียนมีโอกาสเข้าไปเกี่ยวข้องกับการจัดทำ SWOT และแผนกลยุทธ์ขององค์กรมาหลายปีครับ ทำไปเรื่อย ๆ ก็เริ่มมีคำถามบางอย่าง เราให้แต่ละหน่วยธุรกิจ หรือ Business Unit (BU) ทำ SWOT แล้วส่งเข้ามา จากนั้นนำมารวบรวมเป็น SWOT ขององค์กร วิธีนี้ถูกหรือยัง? พอได้ SWOT แล้ว เราเอามันไปใช้สร้างกลยุทธ์อย่างไร? KPI ที่กำหนดกันทุกปี มาจากกลยุทธ์จริงแค่ไหน หรือในทางปฏิบัติเราเปิด KPI ของปีที่แล้วขึ้นมาก่อน แล้วค่อยคิดว่าปีนี้ควรเพิ่ม Target เป็นเท่าไร? คำถามเหล่านี้ดูเหมือนแยกกัน แต่พอลองคิดต่อ ผู้เขียนกลับรู้สึกว่ามันเป็นคำถามเดียวกัน คือ SWOT — กลยุทธ์ — KPI ที่เราทำกันอยู่ เชื่อมกันจริงหรือเปล่า ยิ่งปัจจุบันมีทั้ง Balanced Scorecard หรือ BSC และ OKR เข้ามาอีก ถ้าไม่จัดภาพในหัวให้ดี เครื่องมือที่ควรช่วยให้บริหารง่ายขึ้นอาจกลายเป็นเอกสารหลายชุดที่ต้องทำเพิ่มแทน เลยลองเอาความคิดที่กระจัดกระจายอยู่มาร้อยต่อกันดูครับ เริ่มจาก SWOT ก่อน SWOT น่าจะเป็นเครื่องมือวางแผนกลยุทธ์ที่คนทำงานรู้จักมากที่สุดตัวหนึ่งแล้ว Strengths และ Weaknesses มองเข้ามาข้างในองค์กร ส่วน Oppo...

GPT-6 Astra มาแล้ว แต่ AGI มาถึงหรือยัง

Image
  ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หน้าฟีดยูทูปของผู้เขียนมีคลิปเรื่อง GPT-6 Astra ขึ้นมาหลายคลิป คนละช่อง คนละภาษา แต่มีคำว่า AGI อยู่ในชื่อคลิปเหมือนกันหมด ผู้เขียนกดดูไปสองสามคลิป ดูจบแล้วยังตอบคำถามพื้นฐานที่สุดไม่ได้ คือตกลง AGI หมายถึงอะไรกันแน่ และชื่อ Astra นี่ต่างจากที่เราใช้อยู่ทุกวันตรงไหน เลยไปนั่งอ่านเอกสารต้นทางเอง ทั้งของ OpenAI ของผู้ทดสอบอิสระ และของฝั่งที่ออกมาเถียง สิ่งที่เจอต่างจากที่คลิปเล่าอยู่พอสมควร

ติดลิมิต AI ย้ายค่ายแล้วจะหนีพ้นหรือไม่?

Image
  ใช้ AI ทำงานมาสักพัก จะเจออาการหนึ่งเป็นครั้งคราว กำลังทำงานอยู่ดี ๆ หน้าจอก็ขึ้นว่าใช้เกินโควตาแล้ว รอถึงอีกกี่โมงถึงจะใช้ต่อได้ ไม่ได้เจอบ่อย แต่พอเจอทีไรก็มักเป็นจังหวะที่งานยังไม่จบ หงุดหงิดครับ ยอมรับตรง ๆ แรก ๆ ก็แค่หงุดหงิดแล้วผ่านไป จนเจอซ้ำเข้าหลายครั้ง ถึงเริ่มสงสัยขึ้นมาจริงจัง ไม่ใช่ว่าทำไมถึงติด แต่เป็นว่า ถ้าย้ายไปใช้ค่ายอื่น จะเจอเรื่องเดียวกันไหม สงสัยแล้วก็ปล่อยผ่านมาพักใหญ่ สุดท้ายเลยไปนั่งค้นคว้าจริง ๆ จัง ๆ อยู่พักใหญ่ แล้วก็พบว่าความเข้าใจเดิมของตัวเองผิดอยู่หลายเรื่องเหมือนกัน

TH-AI Passport: AI 30 โมเดล ฟรี 1 ปี และวิธีใช้ให้คุ้ม

Image
เช้าวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ผู้เขียนนั่งลงหน้าจอ พิมพ์ de.aipass.net ลงในช่องที่อยู่เว็บ ใช้เวลาไม่ถึงห้านาที สมัครด้วยบัญชี Google ยืนยันตัวตนผ่านแอปทางรัฐ กรอกข้อมูล กดยืนยัน จบ เรียบง่ายกว่าที่คิดไว้มาก เช้าวันที่ลงมือร่างบทความนี้ (20 สิงหาคม 2569) ตัวเลขที่ออกมาน่าสนใจ  มีคนไทยลงทะเบียนกว่า 5.3 แสนรายภายในวันเดียว ห้าแสนคนในยี่สิบสี่ชั่วโมง ตัวเลขนี้บอกว่าคนไทยอยากใช้ AI มากกว่าที่เราคิดกันไว้ครับ บทความนี้ผู้เขียนจะเล่าสามเรื่อง โครงการนี้มีอะไรให้ใช้บ้าง ลงทะเบียนอย่างไร และใช้อย่างไรให้คุ้ม 1. TH-AI Passport คืออะไร  พูดสั้นที่สุด คือสิทธิ์ใช้งาน AI ระดับ Pro ฟรีหนึ่งปีเต็ม สำหรับคนไทย 5 ล้านคนแรก หัวข้อ รายละเอียด ใครดูแลโครงการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ใครมีสิทธิ์ สัญชาติไทย อายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวนสิทธิ์ 5,000,000 สิทธิ์ เว็บลงทะเบียน de.aipass.net เปิดลงทะเบียนล่วงหน้า 19 สิงหาคม 2569 เปิดใช้งานจริง 31 สิงหาคม 2569 ระยะเวลาใช้งาน 1 ปีเต็ม ค่าใช้จ่ายของผู้ใช้ ไม่มี * ข้อมูล ณ วันที่เขียน แ...

"เลือก AI ตามค่าย หรือใช้ Hub ดีกว่ากัน?" คำถามที่ผู้เขียนตอบทันทีไม่ได้

Image
  เร็ว ๆ นี้ผู้เขียนได้รับคำถามที่น่าสนใจอันนึง ถ้อยความประมาณนี้ "ควรสมัครใช้ AI ตรงกับค่ายไปเลย หรือใช้ Hub ที่รวมหลายค่ายไว้ในที่เดียวดีกว่ากัน?" คำถามสั้น ฟังดูเหมือนตอบได้ในประโยคเดียว ผู้เขียนตัดสินใจไม่ตอบทันทีครับ ขอเป็นเขียนบทความส่งให้คนถามอ่านแทน ไม่ใช่เพราะไม่รู้ ต้องกลับไปค้นคว้า แต่เพราะคำตอบจะแตกต่างออกไป ขึ้นอยู่กับว่า คนถามกำลังถามในมุมมองไหน ถามแทนตัวเอง คำตอบหนึ่ง ถามแทนคนทั้งองค์กร คำตอบคนละเรื่องไปเลย และคำถามนี้กำลังจะกลายเป็นคำถามของคนไทยอีกหลายล้านคน ด้วยเหตุผลที่ผู้เขียนจะเล่าต่อไปครับ 1. ตอบในระดับ "คนใช้คนเดียว" ก่อน ระดับนี้ตอบง่ายที่สุด เพราะตัวแปรมีไม่มาก การซื้อตรงกับค่าย ให้สองอย่างที่ Hub ให้ไม่ได้ อย่างแรกคือ ความลึก เครื่องมือหลายตัวมีเฉพาะในแอปต้นสังกัดเท่านั้น เช่น การสั่งงานด้วยเสียงแบบต่อเนื่อง การเชื่อมกับไฟล์ในระบบนิเวศเดียวกัน ความสามารถเหล่านี้ไม่ได้ไหลผ่านออกมาข้างนอก อย่างที่สองคือ ได้ของใหม่ก่อน ฟีเจอร์ใหม่มักเปิดในแอปของค่ายก่อนเสมอ แล้วค่อยทยอยเปิดให้คนอื่นเรียกใช้ทีหลัง บางครั้งห่างกันเป็นเด...