Showing posts with label ChatGPT. Show all posts
Showing posts with label ChatGPT. Show all posts

Friday, March 28, 2025

อัปเดตเทคโนโลยี ChatGPT ไตรมาสแรก ปี 2568: เสียง ภาพ และ AI ที่ฉลาดขึ้น

ผู้เขียนรวบรวมการอัปเดตสำคัญ ๆ ของ OpenAI ในช่วงระหว่างเดือนมกราคมถึงมีนาคม 2568 เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลสำหรับการศึกษาเทคโนโลยีตามความสนใจส่วนตัว นึก ๆ ไปว่า ถ้าวางไว้ใน Blog มีคุณผู้อ่านท่านอื่นที่สนใจเรื่องเดียวกันอยู่ได้ใช้ประโยชน์ด้วยก็คงจะดี คิดได้อย่างนี้แล้วก็จัดไป ... เรียบเรียง สรุป เป็นบทความตามนี้ครับ

ไตรมาสแรกของปี 2568 OpenAI ได้ประกาศอัปเดตเทคโนโลยีที่สำคัญหลายรายการให้กับแพลตฟอร์ม ChatGPT ซึ่งครอบคลุมทั้งการเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ เช่น Advanced Voice Mode และ GPT-4o Image Generation การพัฒนาโมเดลภาษาใหม่อย่าง GPT-4.5 และ o3-mini รวมถึงการเปลี่ยนแปลง API และเครื่องมือใหม่สำหรับนักพัฒนาอย่าง Responses API และ Agents SDK บทความนี้นำเสนอการวิเคราะห์เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด ซึ่งบ่งชี้แนวโน้มการพัฒนา AI ที่มุ่งเน้นความสามารถเฉพาะทาง ความเข้าใจโดยสัญชาตญาณ การตอบสนองเชิงภาพและเสียง ตลอดจนการสนับสนุนนักพัฒนาในการสร้าง AI agents ที่ใช้งานได้จริง ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นถึงบทบาทของ ChatGPT ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมด้าน AI เชิงสนทนาในยุคปัจจุบัน


การเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่และการปรับปรุงฟังก์ชันการทำงาน

Advanced Voice Mode (มีนาคม 2568)

OpenAI ได้อัปเดต Advanced Voice Mode เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2568 เพื่อปรับปรุงการตอบสนอง ลดการขัดจังหวะ และเสริมบุคลิกของ AI โดยใช้โมเดล GPT-4o ผู้ใช้งานแบบชำระเงินจะได้สัมผัสประสบการณ์การสนทนาที่เป็นธรรมชาติ กระชับ และสร้างสรรค์มากขึ้น ทั้งนี้ ยังสะท้อนถึงการแข่งขันในตลาด AI voice assistant ที่เพิ่มสูงขึ้น โดย OpenAI มุ่งพัฒนาให้ AI มีบุคลิกที่น่าสนใจ ใช้งานสนุก และสามารถเชื่อมโยงกับผู้ใช้งานได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

การสร้างภาพด้วย GPT-4o (มีนาคม 2568)

วันที่ 25 มีนาคม 2568 OpenAI เปิดตัวความสามารถสร้างภาพผ่าน ChatGPT โดยใช้ GPT-4o ผู้ใช้งานสามารถพิมพ์คำอธิบายเพื่อสร้างภาพ พร้อมรองรับคำสั่งซับซ้อน อัตราส่วนภาพ รหัสสี และการสร้างภาพแบบหลายรอบ มีการเรียนรู้ตามบริบทจากภาพที่อัปโหลด และฝัง meta data แบบ C2PA เพื่อความโปร่งใส ฟีเจอร์นี้เปิดให้ผู้ใช้งานฟรีใช้งานได้ พร้อมการเข้าถึงขั้นสูงสำหรับผู้ใช้ Plus และ Pro เป็นการผลักดันการใช้งาน AI เชิงสร้างสรรค์ในชีวิตจริง เช่น การทำโลโก้และไดอะแกรม

เครื่องมือใหม่สำหรับการสร้าง Agents (มีนาคม 2568)

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม OpenAI ได้เปิดตัวชุดเครื่องมือใหม่สำหรับนักพัฒนา ซึ่งรวมถึง Responses API และ Agents SDK ฟีเจอร์เหล่านี้ช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้าง AI agents ที่ทำงานอัตโนมัติได้ง่ายขึ้น Responses API ผสานความสามารถของ Chat Completions และ Assistants API เข้าด้วยกัน ขณะที่ Agents SDK ช่วยจัดการเวิร์กโฟลว์ของ agent ได้ทั้งแบบเดี่ยวและหลายตัว พร้อมเครื่องมือในตัวอย่างการค้นหาเว็บ การค้นหาไฟล์ และการใช้งานคอมพิวเตอร์

Operator (มกราคม 2568)

OpenAI ได้เปิดตัว Operator เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2568 สำหรับผู้ใช้ Pro ในสหรัฐอเมริกา เป็น AI agent ที่สามารถทำงานบนเว็บได้จริง เช่น การจอง จัดตาราง หรือซื้อสินค้า โดยขับเคลื่อนด้วยโมเดล CUA (Computer-Using Agent) ที่สามารถโต้ตอบกับ GUI ได้ Operator ถือเป็นการก้าวข้ามจาก AI ที่ตอบโต้ข้อความ ไปสู่ระบบอัตโนมัติที่ใช้งานเว็บแทนมนุษย์ และมีแผนจะเปิด API ให้นักพัฒนาใช้งานในไตรมาสที่ 3 ปี 2568


การอัปเดตโมเดลภาษา

GPT-4.5 (กุมภาพันธ์ 2568)

GPT-4.5 หรือชื่อรหัส "Orion" เปิดให้ผู้ใช้ Pro ทดสอบเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568 โดยเน้นความสามารถด้านการสนทนา ความคิดสร้างสรรค์ และ EQ ที่ดีขึ้น แม้ไม่เด่นเรื่องการให้เหตุผลเชิงลึกเท่า o-series แต่ก็เป็นก้าวสำคัญของโมเดลที่เรียนรู้แบบไม่มีผู้สอน

ประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับโมเดลอื่น:

เกณฑ์ GPT-4.5 GPT-4o o3-mini
วิทยาศาสตร์ (GPQA) 71.4% 53.6% 79.7%
คณิตศาสตร์ (AIME '24) 36.7% 9.3% 87.3%
หลายภาษา (MMMLU) 85.1% 81.5% 81.1%
หลายรูปแบบ (MMMU) 74.4% 69.1% -
การเขียนโค้ด (SWE-Bench Verified) 38.0% 30.7% 61.0%

o3-mini (มกราคม 2568)

โมเดล o3-mini เปิดตัวเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2568 พัฒนาต่อยอดจาก o1-mini โดยเน้น reasoning เชิง STEM และประสิทธิภาพด้านต้นทุน รองรับ structured output, function calling และการสตรีม API พร้อมรองรับภาพ (multimodal) และสามารถปรับระดับ reasoning ได้ (ต่ำ กลาง สูง)

เมื่อเทียบกับ o1-mini:

  • ตอบสนองเร็วขึ้น 24%

  • ลด latency แรกลงได้ 2.5 วินาที


การอัปเดตและการเปลี่ยนแปลง API

โมเดลเสียงใหม่ใน API (มีนาคม 2568)

OpenAI ได้เปิดตัวโมเดลเสียงใหม่ เช่น gpt-4o-mini-tts, gpt-4o-transcribe และ whisper-1 ซึ่งรองรับทั้งการแปลงข้อความเป็นเสียง (TTS) และการถอดเสียง (STT) การเพิ่มรุ่น mini ทำให้เหมาะกับผู้พัฒนาแอปที่ต้องการประสิทธิภาพต้นทุนต่ำ

การอัปเดต Responses API และเครื่องมือในตัว

โมเดลใหม่เช่น gpt-4o-search-preview และ computer-use-preview ถูกเพิ่มใน Responses API พร้อมเครื่องมือในตัวที่ช่วยให้ agents โต้ตอบกับระบบได้หลากหลายมากขึ้น เช่น การค้นหาเว็บหรือใช้งานคอมพิวเตอร์

โมเดลเวอร์ชันเฉพาะ

OpenAI ได้ปล่อยเวอร์ชันใหม่ของ o3-mini (o3-mini-2025-01-31) และ o1-pro รวมถึงเปิดให้ใช้ gpt-4o audio completions บน Azure แสดงถึงความตั้งใจในการกระจายความสามารถสู่แพลตฟอร์มต่าง ๆ


ประสบการณ์ผู้ใช้งานและความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ

เสียงสะท้อนจากผู้ใช้งาน

มีผู้ใช้งานบางรายรายงานว่า:

  • ChatGPT ฉลาดน้อยลงในบางมิติ

  • โมเดลบางรุ่นตอบสั้นลงหรือไม่ลึกซึ้ง

  • ความคิดสร้างสรรค์ลดลง

  • ความสามารถในการสร้างภาพบางช่วงหายไป

อย่างไรก็ตาม ความสามารถใหม่ เช่น GPT-4.5 และการสร้างภาพจาก GPT-4o ก็ได้รับคำชมว่า “ว้าว” และมีประโยชน์จริง

มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ

  • Advanced Voice Mode ถูกมองว่าเป็นก้าวกระโดดของ AI voice assistant

  • Operator ถูกยกให้เป็น Game-Changer ด้านระบบอัตโนมัติ

  • เครื่องมือใหม่ลดอุปสรรคการสร้าง AI agents อย่างมาก

  • GPT-4.5 ถือเป็นการพัฒนาโมเดลแบบไม่มีผู้สอนที่ก้าวหน้า

  • o3-mini เป็นโมเดล reasoning ที่ประสิทธิภาพสูงและคุ้มต้นทุน


บทสรุป

ช่วงต้นปี 2568 ถือเป็นการก้าวกระโดดของ ChatGPT ทั้งในด้านประสบการณ์ผู้ใช้งาน (เสียงและภาพ), การพัฒนาโมเดลเฉพาะทางที่ตอบโจทย์เฉพาะด้าน, และการเสริมพลังให้นักพัฒนาด้วยเครื่องมือที่สร้าง AI agents ได้ง่ายขึ้น แม้จะมีเสียงสะท้อนทั้งเชิงบวกและข้อกังวล แต่ ChatGPT ก็ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำในโลกของ AI เชิงสนทนาได้อย่างมั่นคง


แหล่งข้อมูลสำคัญ:

  1. OpenAI News

  2. FoneArena – GPT‑4o Image Generation

  3. PYMNTS – Tools for AI Agents

  4. AI Agents Directory – Operator Launch



Thursday, February 6, 2025

วิธีใช้งานและเข้าถึง GPT-4o และเวอร์ชันอื่น ๆ ได้ง่าย ๆ

ในยุคที่ AI กำลังเปลี่ยนโลกไปอย่างรวดเร็ว OpenAI เองก็มีการพัฒนาโมเดลอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วเช่นกัน โดยมีหลายโมเดลให้เลือกใช้ตามความต้องการ หลายคนอาจสงสัยว่า "แล้วเราจะเข้าถึงโมเดล GPT-4 รุ่นล่าสุดได้อย่างไร?" วันนี้ผู้เขียนจะพาผู้อ่านมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการเข้าถึงโมเดล GPT-4, GPT-4 Turbo, GPT-4o และ GPT-4o Mini กัน

1. เข้าถึงผ่าน OpenAI API

หากผู้อ่านต้องการนำ GPT-4 ไปใช้งานเชิงพาณิชย์หรือพัฒนาแอปพลิเคชัน สามารถเข้าถึงได้ผ่าน OpenAI API (Application Programming Interface) ซึ่งก็คือชุดคำสั่งที่ช่วยให้นักพัฒนาเข้าถึงความสามารถของ AI และนำไปใช้ในแอปพลิเคชัน เว็บไซต์ หรือบริการต่าง ๆ โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • GPT-4, GPT-4 Turbo, GPT-4o: ผู้อ่านต้องทำการชำระเงินอย่างน้อย $5 เพื่อปลดล็อก Usage Tier 1 ซึ่งจะเปิดให้ใช้งานโมเดลเหล่านี้ได้เต็มที่
  • GPT-4o Mini: เป็นเวอร์ชันที่เปิดให้ใช้งานสำหรับผู้ใช้ทุกคน โดยสามารถเรียกใช้งานผ่าน Chat Completions API, Assistants API และ Batch API ได้เลย

2. เข้าถึงผ่าน ChatGPT

สำหรับผู้ที่ต้องการใช้งาน GPT-4o ผ่าน ChatGPT สามารถเข้าถึงได้ง่าย ๆ โดยมีตัวเลือกสำหรับผู้ใช้ทุกระดับ ได้แก่:

  • GPT-4o: เปิดให้บริการสำหรับทุกคน ไม่ว่าผู้อ่านจะเป็นผู้ใช้ Free, Plus, Pro, Team หรือ Enterprise ก็สามารถเลือกโมเดล GPT-4o จากเมนูโมเดลด้านซ้ายบนของหน้าต่าง ChatGPT ได้ทันที
  • GPT-4o Mini: เปิดให้ใช้งานฟรีสำหรับทุกคนเช่นกัน แต่จะมีข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ไม่สามารถใช้เครื่องมือขั้นสูงได้เหมือนเวอร์ชันเต็ม

3. เปรียบเทียบ GPT-4 Turbo กับ GPT-4o

OpenAI ได้เปิดตัว GPT-4o เมื่อเดือนพฤษภาคม 2024 เพื่อเป็นเวอร์ชันที่พัฒนามาจาก GPT-4 Turbo และมีจุดเด่นที่เหนือกว่าในหลายด้าน ดังนี้:

  • ราคาถูกลง: GPT-4o มีค่าใช้จ่ายน้อยกว่า GPT-4 Turbo ประมาณ 50%
  • ขีดจำกัดการใช้งานสูงขึ้น: GPT-4o สามารถรองรับการประมวลผลได้สูงสุดถึง 10 ล้านโทเค็นต่อนาที มากกว่า GPT-4 Turbo ถึง 5 เท่า
  • เร็วขึ้น: GPT-4o ทำงานได้เร็วกว่า GPT-4 Turbo ประมาณ 2 เท่า
  • มองเห็นภาพได้ดีกว่า: GPT-4o มีการประมวลผลภาพที่แม่นยำและรวดเร็วขึ้น
  • รองรับหลายภาษาได้ดีขึ้น: GPT-4o สามารถเข้าใจและสื่อสารในภาษาต่าง ๆ ได้ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้า

นอกจากนี้ GPT-4o ยังมี context window สูงถึง 128,000 โทเค็น ซึ่งหมายความว่าสามารถจดจำและประมวลผลข้อมูลจากบทสนทนาได้ยาวขึ้นกว่ารุ่นก่อน ๆ และยังมีข้อมูลอัปเดตล่าสุดถึงเดือนตุลาคม 2023 อีกด้วย

สรุป

สำหรับคุณผู้อ่านที่ใช้งาน AI ที่เป็นผลิตภัณฑ์ของ OpenAI และกำลังมองหาโมเดลที่ใช้งานได้ดีกว่า ในราคาที่ถูกลง GPT-4o ถือเป็นตัวเลือกในขณะนี้ โดยสามารถใช้งานได้ผ่านทั้ง ChatGPT และ OpenAI API แล้วแต่ความต้องการของแต่ละคน หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจและเลือกใช้โมเดล AI ได้ตรงกับความต้องการนะครับ!

ข้อมูลอ้างอิง

Saturday, January 25, 2025

พิชิต Gemini: เทคนิคเขียน Prompt สู่ผลลัพธ์สุดล้ำ


ตั้งแต่ผู้เขียนรู้จักกับ ChatGPT ผู้เขียนสนใจการเขียน prompt ที่ดีเพื่อทำงาน AI Chatbot มาโดยตลอด และเมื่อเริ่มทดลองใช้งาน Gemini กลางปี 2023 ผู้เขียนจึงมุ่งไปที่การพยายามทำความเข้าใจว่าการเขียน Prompt ที่ดีบน Gemini ควรเป็นอย่างไร Blog นี้ผู้เขียนรวบรวมข้อมูลและความรู้ทั้งหมดเกี่ยวกับเรื่องนี้มาแบ่งปันกับผู้อ่าน

1. ทำความรู้จัก Gemini และความสำคัญของ Prompt

Gemini คืออะไร? ทำไมต้องใช้?

Gemini คือ Large Language Model (LLM) รุ่นใหม่ล่าสุดจาก Google พัฒนาต่อยอดจาก PaLM 2 ซึ่งเป็นโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่ Google พัฒนาขึ้น Gemini มีความสามารถหลากหลาย เช่น การสร้างข้อความ การแปลภาษา การเขียนโค้ด การตอบคำถาม และการสรุปข้อมูล 1 Gemini ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นเครื่องมืออันทรงพลังที่ช่วยให้มนุษย์ทำงานได้อย่างชาญฉลาดและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ การแก้ปัญหาที่ซับซ้อน หรือการเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกได้ง่ายขึ้น

Prompt คืออะไร? มีความสำคัญอย่างไรต่อการใช้งาน Gemini?

Prompt คือ คำสั่งหรือคำถามที่เราป้อนให้กับ Gemini เพื่อกระตุ้นให้ Gemini สร้างผลลัพธ์ตามที่เราต้องการ Prompt เปรียบเสมือนกุญแจสำคัญในการไขประตูสู่พลังของ Gemini ยิ่งเขียน Prompt ได้ดี ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะยิ่งตรงตามความต้องการ และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

2. พื้นฐานการเขียน Prompt บน Gemini

โครงสร้างพื้นฐานของ Prompt ที่ดี

  • ชัดเจน: ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ตรงประเด็น และไม่กำกวม 2

  • กระชับ: ใช้คำน้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น เพื่อสื่อสารความหมายให้ครบถ้วน 2

  • เฉพาะเจาะจง: ระบุสิ่งที่ต้องการให้ Gemini ทำอย่างชัดเจน เช่น "เขียนบทความเกี่ยวกับ..." "แปลประโยคนี้เป็นภาษาอังกฤษ" 2

  • มี Context: ให้ข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็น เพื่อให้ Gemini เข้าใจบริบท และสร้างผลลัพธ์ที่ถูกต้อง 2

ประเภทของ Prompt บน Gemini

Gemini สามารถช่วยเหลือผู้อ่านได้หลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับประเภทของ Prompt ที่ป้อน ตัวอย่างเช่น 3:

  • Information and reference prompts: ใช้สำหรับขอข้อมูล เช่น "ใครคือประธานาธิบดีคนปัจจุบันของสหรัฐอเมริกา?" Output: "โดนัล ทรัมป์"

  • Analytical and operational prompts: ใช้สำหรับวิเคราะห์ข้อมูล เช่น "สรุปเนื้อหาบทความนี้ให้ฉันฟังหน่อย" Output: (บทสรุปของบทความ)

  • Task prompts: ใช้สำหรับสั่งให้ Gemini ทำงาน เช่น "เขียนจดหมายลาออกให้ฉัน" Output: (ฉบับร่างจดหมายลาออก)

  • Generative prompts: ใช้สำหรับสร้างเนื้อหาใหม่ เช่น "แต่งนิทานสั้นเกี่ยวกับกระต่ายกับเต่า" Output: (นิทานสั้นเกี่ยวกับกระต่ายกับเต่า)

3. องค์ประกอบสำคัญของ Prompt ที่ดี

การเขียน Prompt ที่มีประสิทธิภาพนั้น มีองค์ประกอบสำคัญ 4 ประการที่ควรพิจารณา ได้แก่ 4:

  • Persona: บทบาทหรือมุมมองที่ต้องการให้ Gemini สวม เช่น "ในฐานะนักการตลาด" "ในฐานะครู"

  • Task: ภารกิจหรือสิ่งที่ต้องการให้ Gemini ทำ เช่น "เขียนบทความ" "สรุปเนื้อหา" "แปลภาษา"

  • Context: ข้อมูลเพิ่มเติมหรือบริบทที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยให้ Gemini เข้าใจและสร้างผลลัพธ์ที่ตรงตามความต้องการมากขึ้น

  • Format: รูปแบบของผลลัพธ์ที่ต้องการ เช่น "เรียงเป็นรายการ" "เขียนเป็นตาราง" "เขียนเป็นย่อหน้า"

ตัวอย่างเช่น Prompt "ในฐานะผู้จัดการโครงการ ช่วยร่างอีเมลสรุปสำหรับผู้บริหาร โดยอ้างอิงจากเอกสารโครงการนี้ และเขียนเป็นรายการ" ประกอบด้วยองค์ประกอบทั้ง 4 ด้าน ดังนี้:

  • Persona: ผู้จัดการโครงการ

  • Task: ร่างอีเมลสรุป

  • Context: เอกสารโครงการ

  • Format: รายการ

4. เทคนิคการเขียน Prompt ขั้นสูง

การใช้ Keywords ที่เฉพาะเจาะจง

การใช้ Keywords ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เราต้องการ จะช่วยให้ Gemini เข้าใจ และสร้างผลลัพธ์ที่ตรงตามความต้องการมากขึ้น เช่น หากต้องการให้ Gemini เขียนบทความเกี่ยวกับการท่องเที่ยว เราอาจใช้ Keywords เช่น "สถานที่ท่องเที่ยว" "โรงแรม" "ตั๋วเครื่องบิน" "กิจกรรม" 2

การกำหนด Context และ Constraints

การกำหนด Context คือการให้ข้อมูลพื้นฐาน หรือบริบท ที่เกี่ยวข้องกับ Prompt เช่น "สมมติว่าเป็นนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์" "เขียนบทความในมุมมองของนักเรียนมัธยมปลาย" 3

การกำหนด Constraints คือการกำหนดข้อจำกัด หรือเงื่อนไข ในการสร้างผลลัพธ์ เช่น "เขียนบทความไม่เกิน 500 คำ" "ใช้ภาษาที่เป็นทางการ" 3

การเชื่อมโยงข้อมูลจากไฟล์ของคุณ

ผู้อ่านสามารถใช้สัญลักษณ์ "@" เพื่ออ้างอิงถึงเอกสาร Sheets หรือไฟล์อื่นๆ ใน Workspace เมื่อเขียน Prompt เช่นเดียวกับที่ใช้ "@" เพื่อแท็กไฟล์ในแอปพลิเคชันต่างๆ นี่เป็นวิธีที่รวดเร็วและง่ายดายในการให้บริบทเพิ่มเติมแก่ Gemini และเชื่อมโยงข้อมูลที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของ Workspace 5

ตัวอย่างเช่น สมมติว่ากำลังวางแผนจัดงานนอกสถานที่ และได้รับอีเมลจากสมาชิกในทีมที่ขอข้อมูลโรงแรมเพื่อจองห้องพัก ผู้อ่านสามารถขอให้ Gemini ใน Gmail ค้นหาข้อมูลจาก Google Doc ที่มีรายละเอียดทั้งหมดของงานนอกสถานที่ โดยใช้ Prompt ดังนี้: "ช่วยหาชื่อโรงแรมและอีเมลผู้จัดการฝ่ายขายจาก @แผนงานนอกสถานที่บริษัท 2024" จากนั้นก็สามารถนำข้อมูลที่ Gemini หามาใส่ในอีเมลตอบกลับได้อย่างง่ายดาย

การใช้ Prompts Engineering เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

Prompts Engineering คือ กระบวนการออกแบบ ปรับแต่ง และทดสอบ Prompt เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เทคนิค Prompts Engineering เช่น 3:

  • การใช้ตัวอย่าง: ให้ตัวอย่าง Input และ Output ที่ต้องการ เพื่อให้ Gemini เรียนรู้รูปแบบ

  • การปรับแต่ง Parameter: ปรับแต่งค่า Parameter ต่างๆ ของ Gemini เช่น "temperature" "top_k" เพื่อควบคุมความหลากหลาย และความแม่นยำของผลลัพธ์

5. Gemini vs AI อื่นๆ: เหมือนหรือต่าง?

แม้ว่า LLM ต่างๆ เช่น Gemini และ ChatGPT จะมีหลักการทำงานคล้ายกัน แต่ก็มีความแตกต่างในการเขียน Prompt ที่เหมาะสมกับแต่ละ AI เช่นกัน 6

ความเหมือน:

  • หลักการพื้นฐาน: การเขียน Prompt ที่ดี ควรมีความชัดเจน กระชับ เฉพาะเจาะจง และมีบริบท เพื่อให้ AI เข้าใจ และสร้างผลลัพธ์ที่ตรงตามความต้องการ 1

  • การใช้ภาษาที่เป็นธรรมชาติ: ควรใช้ภาษาที่เป็นธรรมชาติ เหมือนการพูดคุยกับมนุษย์ เพื่อให้ AI เข้าใจ และสร้างผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติเช่นกัน 2

  • การทดลองและปรับแต่ง: ไม่มี Prompt ใดที่สมบูรณ์แบบที่สุด การทดลอง และปรับแต่ง Prompt อย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้เราค้นพบ Prompt ที่เหมาะสมกับงานของเรา และได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด 4

ความต่าง:

  • ความสามารถในการเข้าถึงข้อมูล: Gemini สามารถเข้าถึงข้อมูล และบริการต่างๆ ของ Google ได้ ในขณะที่ ChatGPT มีข้อจำกัดมากกว่า ดังนั้น การเขียน Prompt สำหรับ Gemini อาจเน้นการเชื่อมโยงข้อมูล และการใช้ประโยชน์จากบริการต่างๆ ของ Google 5

  • รูปแบบการโต้ตอบ: Gemini เน้นการโต้ตอบแบบหลายรูปแบบ เช่น ข้อความ รูปภาพ และเสียง ในขณะที่ ChatGPT เน้นการโต้ตอบด้วยข้อความเป็นหลัก ดังนั้น การเขียน Prompt สำหรับ Gemini อาจต้องคำนึงถึงรูปแบบการโต้ตอบที่หลากหลายมากขึ้น 7

  • จุดแข็ง: Gemini โดดเด่นด้านความแม่นยำ การวิเคราะห์ข้อมูล และการเชื่อมโยงข้อมูล ในขณะที่ ChatGPT โดดเด่นด้านความคิดสร้างสรรค์ และการเขียน ดังนั้น การเขียน Prompt ควรพิจารณาจุดแข็งของแต่ละ AI เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด 6

6. เคล็ดลับพิเศษ: เขียน Prompt อย่างไรให้ได้ผลลัพธ์สุดล้ำ

การตั้งคำถามที่ชัดเจนและกระชับ

ยิ่งคำถามชัดเจน และกระชับเท่าไหร่ Gemini ก็จะยิ่งเข้าใจ และตอบคำถามได้ตรงประเด็นมากขึ้นเท่านั้น หลีกเลี่ยงการใช้ภาษาที่กำกวม และพยายามใช้คำให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น 2

การใช้ภาษาที่เป็นธรรมชาติ

ใช้ภาษาที่เป็นธรรมชาติ เหมือนการพูดคุยกับมนุษย์ Gemini สามารถเข้าใจภาษาที่เป็นธรรมชาติได้ดี และจะสร้างผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติเช่นกัน 2

การทดลองและปรับแต่ง Prompt

ไม่มี Prompt ใดที่สมบูรณ์แบบที่สุด การทดลอง และปรับแต่ง Prompt อย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้เราค้นพบ Prompt ที่เหมาะสมกับงานของเรา และได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด 4 Prompt แรกที่ลองใช้ อาจไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่ต้องการในทันที ดังนั้น อย่าลืมทดลองใช้วิธีต่างๆ ใช้ Prompt ติดตามผล และปรับแต่ง Prompt เริ่มต้น เพื่อปรับปรุงผลลัพธ์ให้ดียิ่งขึ้น จากการศึกษาพบว่า Prompt ที่มีประสิทธิภาพโดยเฉลี่ยมีความยาวประมาณ 21 คำ พร้อมบริบทที่เกี่ยวข้อง ในขณะที่ผู้คนมักจะลองใช้ Prompt ที่มีคำน้อยกว่า 9 คำ 1

7. ตัวอย่างการใช้งาน Gemini ในชีวิตประจำวัน

Gemini สามารถช่วยผู้อ่านทำงานต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยกตัวอย่างเช่น 1:

  • การเขียน: Gemini สามารถช่วยเขียนอีเมล รายงาน บทความ และเนื้อหาอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ

  • การจัดระเบียบข้อมูล: Gemini สามารถช่วยสรุป จัดระเบียบ และวิเคราะห์ข้อมูล จากเอกสาร อีเมล และแหล่งข้อมูลอื่นๆ

  • การสร้างภาพ: Gemini สามารถสร้างภาพต้นฉบับ จากคำอธิบาย

  • การประชุม: Gemini สามารถช่วยจดบันทึก และสรุปประเด็นสำคัญ ในการประชุม

  • การวิจัย: Gemini สามารถช่วยค้นคว้า และเรียนรู้ หัวข้อใหม่ๆ ได้อย่างง่ายดาย

8. สรุป: ก้าวสู่การเป็น Master ด้านการเขียน Prompt บน Gemini

การเขียน Prompt เป็นทักษะสำคัญที่ช่วยให้ใช้งาน Gemini ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างสรรค์ผลลัพธ์สุดล้ำ การฝึกฝน การทดลอง และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้ผู้อ่านก้าวสู่การเป็น Master ด้านการเขียน Prompt บน Gemini ได้อย่างแน่นอน

เพื่อพัฒนาทักษะการเขียน Prompt ให้ลองทำตามคำแนะนำเหล่านี้:

  • เขียน Prompt ให้ชัดเจน กระชับ และเฉพาะเจาะจง: ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ตรงประเด็น และระบุสิ่งที่ต้องการให้ Gemini ทำอย่างชัดเจน

  • ให้บริบทที่เกี่ยวข้อง: ยิ่งให้ข้อมูล Gemini มากเท่าไหร่ ผลลัพธ์ก็จะยิ่งตรงตามความต้องการมากขึ้นเท่านั้น

  • ทดลองและปรับแต่ง Prompt: อย่ากลัวที่จะทดลอง Prompt รูปแบบต่างๆ และปรับแต่ง Prompt เดิม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

  • ใช้ภาษาที่เป็นธรรมชาติ: Gemini สามารถเข้าใจภาษาที่เป็นธรรมชาติได้ดี ดังนั้น จงเขียน Prompt เหมือนกับที่กำลังพูดคุยกับมนุษย์

  • ศึกษา Prompts Engineering เพิ่มเติม: เรียนรู้เทคนิคขั้นสูง เช่น การใช้ตัวอย่าง และการปรับแต่ง Parameter เพื่อยกระดับทักษะการเขียน Prompt

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับการเรียนรู้

คำแนะนำสำหรับการพัฒนา Prompt

  • ศึกษา Prompts Engineering เพิ่มเติม 3

  • เข้าร่วม Community ต่างๆ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ และประสบการณ์ เกี่ยวกับ Gemini กับผู้ใช้งานคนอื่นๆ

  • ติดตามข่าวสาร และอัปเดต เกี่ยวกับ Gemini อย่างสม่ำเสมอ เพื่อเรียนรู้ฟีเจอร์ใหม่ๆ และเทคนิคการใช้งาน ที่ Google พัฒนาขึ้น

หวังว่า Blog นี้ จะเป็นประโยชน์ และช่วยให้ผู้อ่านเขียน Prompt บน Gemini ได้อย่างมือโปรนะครับ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

1. A quick-starthandbook for effective prompts - Google https://services.google.com/fh/files/misc/gemini-for-google-workspace-prompting-guide-101.pdf

2. Tips to write prompts for Gemini - Google Workspace Learning Center https://support.google.com/a/users/answer/14200040?hl=en

3. Write better prompts for Gemini for Google Cloud https://cloud.google.com/gemini/docs/discover/write-prompts

4. Writing Effective AI Prompts for Business | Gemini for Workspace https://workspace.google.com/resources/ai/writing-effective-prompts/

5. 5 ways to write better AI prompts for Gemini in the Workspace side panel - The Keyword https://blog.google/products/workspace/google-gemini-workspace-ai-prompt-tips/

6. ChatGPT VS Gemini AI (Ultimate Test for 2025) - AI Tools - God of Prompt https://www.godofprompt.ai/blog/chatgpt-vs-gemini

7. Gemini vs. ChatGPT: What's the difference? [2025] - Zapier https://zapier.com/blog/gemini-vs-chatgpt/


Friday, January 26, 2024

แนะนำใช้ ChatGPT plus เป็นที่ปรึกษาการบริหารโครงการ

ตามที่ผู้เขียนเคยเรียนให้ทราบเกี่ยวกับฟีเจอร์ My GPTs บน ChatGPT plus (ARTHIT's Space: แนะนำ My GPTs สร้าง ChatGPT ในแบบของคุณเอง (arthit-space.blogspot.com)) ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ให้ผู้ใช้สามารถทำการปรับแต่ง ChatGPT (customize) เฉพาะเรื่อง โดยจะทำไว้ใช้ส่วนตัว หรือเปิดใช้สาธารณะก็ได้นั้น ผ่านไปไม่กี่วัน หลังจากฟีเจอร์นี้เปิดตัว ปรากฏ GPTs เฉพาะด้านที่เปิดใช้สาธารณะบน GPTs store จำนวนมาก หลากหลายด้าน ผู้เขียนพบว่ามีที่น่าสนใจใช้งานสำหรับงานประจำของผู้เขียนหลายตัว

ก่อนเริ่มเขียนบทความนี้ ผู้เขียนคิดในใจเล่น ๆ ว่า "จะใช้ AI เป็นที่ปรึกษาการบริหารโครงการได้หรือไม่?" เริ่มต้นจาก ChatGPT plus ที่คุ้นเคยนี่แหละ ลองค้นหา GPTs store ด้วยคำว่า "project management" แสดงผลขึ้นมาราว ๆ 10 รายการ อ่านคำอธิบายแต่ละรายการแล้ว ตัวบนสุดชื่อ "Project Management GPT" ดูน่าสนใจ click เรียกมาทดลองซะเลย


Project Management GPT ระบุไว้ว่าผู้สร้างคือ Christina Kumar พร้อมคำอธิบายคุณลักษณะย่อ ๆ ของ GPTs


ผู้เขียนเริ่มต้นใช้งานโดยเขียน prompt ให้ GPTs แนะนำให้ก่อนเลยว่ามีประเด็นใดจะคุยกันได้บ้าง
คำตอบที่ได้น่าสนใจอย่างมาก GPTs ให้ประเด็นมาครอบคลุมทุกด้านที่เกี่ยวข้อง แถมแนวตั้งคำถามต่อไป รวมถึง Tips ที่น่าสนใจต่อท้ายมาให้ด้วย


ผู้เขียนเดินหน้าหาคำแนะนำต่อไปในประเด็นที่สนใจเกี่ยวกับการประชุมทีมงานโครงการ

คำแนะนำที่ได้ครอบคลุมทุกประเด็นที่เกี่ยวข้อง แถมแนวคำถามต่อเนื่องเพื่อขยายความต่อไป รวมถึง tips น่าสนใจต่อท้าย เหมือนเคย
ถ้าคุณผู้อ่านค่อย ๆ ตั้งคำถามต่อเนื่องไปตามแนวทางที่ผู้เขียนแนะนำข้างต้น ก็จะได้คำอธิบายจาก GPTs ที่ละเอียดขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งเชิงลึกและเชิงกว้าง ... ถ้าต้องใช้ภาษาไทยก็ไม่เป็นปัญหา เขียน prompt ตามนี้ครับ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอแนวทางแบบหนึ่งในการใช้ AI Chatbot ในการทำงาน คุณผู้อ่านทดลองใช้ในด้านอื่น ๆ แบบอื่น ๆ ดูนะครับ มีอะไรดี ๆ อย่าลืม share มาให้ผู้เขียนได้เรียนรู้ตามบ้างจะขอบคุณยิ่ง 👏

Most Viewed Last 30 Days