Tuesday, January 28, 2025

DeepSeek: เทคโนโลยี AI สุดล้ำจากแดนมังกร


ภาพจาก AOL.com

สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่าน กลับมาพบกันอีกครั้งใน ARTHIT’s Space Blog ปีใหม่ 2568 นี้ ผู้เขียนได้มีโอกาสสัมผัสกับเทคโนโลยี AI สุดล้ำจากแดนมังกร ที่เรียกว่า DeepSeek ต้องบอกเลยว่าแค่สัปดาห์แรกของปี ผู้เขียนก็รู้สึกตื่นเต้นกับ DeepSeek มากๆ เพราะจากรายงานผลการทดสอบ DeepSeek ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม แถมบางด้านยังดูจะเหนือกว่า ChatGPT และ Gemini เสียด้วยซ้ำ!

ที่สำคัญ DeepSeek ยังเป็น โอเพ่นซอร์ส ทำให้สามารถนำไปใช้งานได้ฟรี หรือเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่า AI เจ้าอื่นๆ ในท้องตลาดเยอะเลยครับ งานนี้บอกเลยว่า AI สัญชาติจีนมาแรงแซงทางโค้งจริงๆ!

เอาล่ะครับ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราไปทำความรู้จักกับ DeepSeek ให้มากขึ้นกันเลยดีกว่า

DeepSeek คืออะไร?

DeepSeek คือ แพลตฟอร์ม AI สัญชาติจีน ที่พัฒนา Large Language Model (LLM) หรือ โมเดลภาษาขนาดใหญ่ ที่มีความสามารถหลากหลาย ตั้งแต่การสร้างโค้ด แก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ ไปจนถึงการตอบคำถามเชิงลึก DeepSeek เปิดตัวครั้งแรกในเดือนธันวาคม 2024 ด้วยโมเดล DeepSeek-V3 และล่าสุดในเดือนมกราคม 2025 ได้เปิดตัว DeepSeek-R1 ซึ่งเป็นโมเดลที่เน้นความสามารถด้านการใช้เหตุผล 1 2

DeepSeek โดดเด่นอย่างไร?

DeepSeek มีจุดเด่นที่น่าสนใจหลายประการ ดังนี้

  • ประสิทธิภาพสูง: DeepSeek-Coder-Base-33B โมเดลสำหรับการเขียนโค้ด มีประสิทธิภาพสูงกว่าโมเดลโอเพ่นซอร์สอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด โดยมีคะแนนนำ CodeLlama-34B ถึง 7.9% ใน HumanEval Python, 9.3% ใน HumanEval Multilingual, 10.8% ใน MBPP และ 5.9% ใน DS-1000 3

  • ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ: DeepSeek ใช้ Mixture-of-Experts (MoE) architecture ซึ่งจะเปิดใช้งานพารามิเตอร์เพียงบางส่วนสำหรับแต่ละงาน ทำให้ลดต้นทุนการประมวลผลลงได้อย่างมาก 1 4

  • รองรับ Context ยาวๆ: DeepSeek รองรับ Context ได้ยาวถึง 128K tokens ทำให้สามารถประมวลผลข้อมูลจำนวนมากได้ เหมาะสำหรับงานที่ต้องใช้ข้อมูลเชิงลึก เช่น การเขียนโค้ด หรือการวิเคราะห์ข้อมูล 4 5

  • ราคาเข้าถึงได้: DeepSeek มีราคา API ที่ถูกกว่าคู่แข่งมาก เช่น DeepSeek-R1 มีราคาเพียง $0.55 ต่อล้าน input tokens และ $2.19 ต่อล้าน output tokens ในขณะที่ OpenAI API มีราคา $15 และ $60 ตามลำดับ 1

  • โอเพ่นซอร์ส: DeepSeek เป็นโอเพ่นซอร์ส ทำให้นักพัฒนาสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและงานวิจัยได้ ช่วยส่งเสริมความร่วมมือและนวัตกรรมในชุมชน AI 6

เทคนิคเบื้องหลัง DeepSeek

DeepSeek ใช้เทคนิคที่น่าสนใจหลายอย่างในการพัฒนาโมเดล AI เช่น

  • Reinforcement Learning (RL): DeepSeek ใช้ RL ในการฝึกฝนโมเดล ทำให้โมเดลสามารถเรียนรู้ผ่านการลองผิดลองถูก และพัฒนาตัวเองผ่านรางวัลจากอัลกอริทึม 1

  • Multi-Head Latent Attention (MLA): DeepSeek-V3 ใช้ MLA เพื่อเพิ่มความสามารถในการประมวลผลข้อมูล โดยการระบุความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน และจัดการกับข้อมูลหลายด้านพร้อมกัน 1

  • Distillation: DeepSeek ใช้เทคนิค distillation เพื่อถ่ายทอดความรู้และความสามารถจากโมเดลขนาดใหญ่ไปยังโมเดลขนาดเล็ก ทำให้ AI ที่ทรงพลังสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น 1

เจาะลึก Mixture of Experts (MoE)

Mixture of Experts (MoE) คือสถาปัตยกรรมแบบหนึ่งที่ใช้ในการพัฒนาโมเดล AI โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Large Language Model (LLM) 10 MoE จะแบ่งโมเดลขนาดใหญ่ออกเป็นโมเดลย่อยๆ ที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เรียกว่า "Expert" 11 เมื่อได้รับคำสั่ง โมเดลจะเลือก Expert ที่เหมาะสมที่สุดมาประมวลผล ทำให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องใช้ทรัพยากรมากเกินไป 4

ข้อดีของ MoE:

  • ประหยัดทรัพยากร: DeepSeek ใช้ MoE ในการเปิดใช้งานพารามิเตอร์เพียงบางส่วนสำหรับแต่ละงาน ทำให้ลดต้นทุนการประมวลผลลงได้อย่างมาก 4

  • เพิ่มความแม่นยำ: DeepSeek สามารถจัดการกับข้อมูลที่หลากหลายด้วยความแม่นยำที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละงาน 4

  • ปรับขนาดได้ง่าย: MoE ช่วยให้ DeepSeek สามารถปรับขนาดได้ง่าย โดยการเพิ่ม Expert ใหม่ๆ เข้าไปในระบบโดยไม่ต้องฝึกฝนโมเดลใหม่ทั้งหมด 10

  • เพิ่มความเร็วในการประมวลผล: เนื่องจาก DeepSeek เปิดใช้งานเฉพาะ Expert ที่จำเป็น ทำให้สามารถประมวลผลได้รวดเร็วขึ้น 10

DeepSeek ใช้งานอะไรได้บ้าง?

DeepSeek มีความสามารถหลากหลาย สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในหลายด้าน เช่น

  • การพัฒนาซอฟต์แวร์: DeepSeek ช่วยนักพัฒนาในการเขียนโค้ด ตรวจสอบโค้ด และแก้ไขข้อผิดพลาด 4 3

  • การดำเนินธุรกิจ: DeepSeek ช่วยปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจ และวิเคราะห์ข้อมูล 4

  • การศึกษา: DeepSeek ช่วยในการเรียนรู้แบบเฉพาะบุคคล และให้คำติชม 4

  • การวิจัย: DeepSeek ช่วยนักวิจัยในการค้นหาข้อมูลเชิงลึกจากแหล่งข้อมูลขนาดใหญ่ 7

ข้อจำกัดของ DeepSeek

แม้ DeepSeek จะมีข้อดีมากมาย แต่ก็ยังมีข้อจำกัดบางประการ เช่น

  • ข้อจำกัดด้านภาษา: DeepSeek-R1 ยังมีข้อจำกัดในการประมวลผลภาษาอื่นๆ นอกเหนือจากภาษาอังกฤษและภาษาจีน 8

  • ข้อจำกัดด้านการใช้งานฟรี: แพลตฟอร์มแชทของ DeepSeek มีข้อจำกัดในการใช้งานฟรี โดยจำกัดจำนวนข้อความสูงสุด 50 ข้อความต่อวันในโหมด "Deep Think" 9 8

บทสรุป

DeepSeek เป็นแพลตฟอร์ม AI ที่น่าจับตามอง ด้วยความสามารถที่หลากหลาย ประสิทธิภาพสูง และราคาที่เข้าถึงได้ DeepSeek มีศักยภาพในการพัฒนาไปอีกมากในอนาคต และคาดว่าจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของเรา ผู้เขียนหวังว่า Blog นี้จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้อ่านที่สนใจเทคโนโลยี AI นะครับ

แหล่งข้อมูลที่อ้างอิง

1. All About DeepSeek - The Chinese AI Startup Challenging The US Big Tech - Forbes  https://www.forbes.com/sites/janakirammsv/2025/01/26/all-about-deepseekthe-chinese-ai-startup-challenging-the-us-big-tech/

2. DeepSeek and the Strategic Limits of U.S. Sanctions - The Wire China  https://www.thewirechina.com/2025/01/26/deepseek-and-the-strategic-limits-of-u-s-sanctions/

3. DeepSeek Coder  https://deepseekcoder.github.io/

4. DeepSeek: Everything you need to know about this new LLM in one place - Daily.dev  https://daily.dev/blog/deepseek-everything-you-need-to-know-about-this-new-llm-in-one-place

5. DeepSeek Review: Features, Pros, Cons, & Alternatives - 10Web  https://10web.io/ai-tools/deepseek/

6. DeepSeek-R1: The Open-Source AI Changing the Game in Technology - Medium  https://medium.com/@soaltinuc/deepseek-r1-the-open-source-ai-changing-the-game-in-technology-15132b99b9d7

7. How DeepSeek AI Helped Me Create Maps Effortlessly - YouTube  https://www.youtube.com/watch?v=b_adtnYAwow

8. DeepSeek-R1: Features, o1 Comparison, Distilled Models & More | DataCamp  https://www.datacamp.com/blog/deepseek-r1

9. Reddit  https://www.reddit.com/r/LocalLLaMA/comments/1i9jre5/the_browser_version_of_deepseek_r1_allows_for/

10. DeepSeek-V3: Efficient and Scalable AI with Mixture-of-Experts | by My Social - Medium  https://medium.com/aimonks/deepseek-v3-efficient-and-scalable-ai-with-mixture-of-experts-8bd945b5ea3f

11. DeepSeek-V3 — Advances in MoE Load Balancing and Multi-Token Prediction Training  https://medium.com/yugen-ai-technology-blog/deepseek-v3-advances-in-moe-load-balancing-and-multi-token-prediction-training-f6d68c59749c


Saturday, January 25, 2025

พิชิต Gemini: เทคนิคเขียน Prompt สู่ผลลัพธ์สุดล้ำ


ตั้งแต่ผู้เขียนรู้จักกับ ChatGPT ผู้เขียนสนใจการเขียน prompt ที่ดีเพื่อทำงาน AI Chatbot มาโดยตลอด และเมื่อเริ่มทดลองใช้งาน Gemini กลางปี 2023 ผู้เขียนจึงมุ่งไปที่การพยายามทำความเข้าใจว่าการเขียน Prompt ที่ดีบน Gemini ควรเป็นอย่างไร Blog นี้ผู้เขียนรวบรวมข้อมูลและความรู้ทั้งหมดเกี่ยวกับเรื่องนี้มาแบ่งปันกับผู้อ่าน

1. ทำความรู้จัก Gemini และความสำคัญของ Prompt

Gemini คืออะไร? ทำไมต้องใช้?

Gemini คือ Large Language Model (LLM) รุ่นใหม่ล่าสุดจาก Google พัฒนาต่อยอดจาก PaLM 2 ซึ่งเป็นโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่ Google พัฒนาขึ้น Gemini มีความสามารถหลากหลาย เช่น การสร้างข้อความ การแปลภาษา การเขียนโค้ด การตอบคำถาม และการสรุปข้อมูล 1 Gemini ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นเครื่องมืออันทรงพลังที่ช่วยให้มนุษย์ทำงานได้อย่างชาญฉลาดและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ การแก้ปัญหาที่ซับซ้อน หรือการเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกได้ง่ายขึ้น

Prompt คืออะไร? มีความสำคัญอย่างไรต่อการใช้งาน Gemini?

Prompt คือ คำสั่งหรือคำถามที่เราป้อนให้กับ Gemini เพื่อกระตุ้นให้ Gemini สร้างผลลัพธ์ตามที่เราต้องการ Prompt เปรียบเสมือนกุญแจสำคัญในการไขประตูสู่พลังของ Gemini ยิ่งเขียน Prompt ได้ดี ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะยิ่งตรงตามความต้องการ และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

2. พื้นฐานการเขียน Prompt บน Gemini

โครงสร้างพื้นฐานของ Prompt ที่ดี

  • ชัดเจน: ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ตรงประเด็น และไม่กำกวม 2

  • กระชับ: ใช้คำน้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น เพื่อสื่อสารความหมายให้ครบถ้วน 2

  • เฉพาะเจาะจง: ระบุสิ่งที่ต้องการให้ Gemini ทำอย่างชัดเจน เช่น "เขียนบทความเกี่ยวกับ..." "แปลประโยคนี้เป็นภาษาอังกฤษ" 2

  • มี Context: ให้ข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็น เพื่อให้ Gemini เข้าใจบริบท และสร้างผลลัพธ์ที่ถูกต้อง 2

ประเภทของ Prompt บน Gemini

Gemini สามารถช่วยเหลือผู้อ่านได้หลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับประเภทของ Prompt ที่ป้อน ตัวอย่างเช่น 3:

  • Information and reference prompts: ใช้สำหรับขอข้อมูล เช่น "ใครคือประธานาธิบดีคนปัจจุบันของสหรัฐอเมริกา?" Output: "โดนัล ทรัมป์"

  • Analytical and operational prompts: ใช้สำหรับวิเคราะห์ข้อมูล เช่น "สรุปเนื้อหาบทความนี้ให้ฉันฟังหน่อย" Output: (บทสรุปของบทความ)

  • Task prompts: ใช้สำหรับสั่งให้ Gemini ทำงาน เช่น "เขียนจดหมายลาออกให้ฉัน" Output: (ฉบับร่างจดหมายลาออก)

  • Generative prompts: ใช้สำหรับสร้างเนื้อหาใหม่ เช่น "แต่งนิทานสั้นเกี่ยวกับกระต่ายกับเต่า" Output: (นิทานสั้นเกี่ยวกับกระต่ายกับเต่า)

3. องค์ประกอบสำคัญของ Prompt ที่ดี

การเขียน Prompt ที่มีประสิทธิภาพนั้น มีองค์ประกอบสำคัญ 4 ประการที่ควรพิจารณา ได้แก่ 4:

  • Persona: บทบาทหรือมุมมองที่ต้องการให้ Gemini สวม เช่น "ในฐานะนักการตลาด" "ในฐานะครู"

  • Task: ภารกิจหรือสิ่งที่ต้องการให้ Gemini ทำ เช่น "เขียนบทความ" "สรุปเนื้อหา" "แปลภาษา"

  • Context: ข้อมูลเพิ่มเติมหรือบริบทที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยให้ Gemini เข้าใจและสร้างผลลัพธ์ที่ตรงตามความต้องการมากขึ้น

  • Format: รูปแบบของผลลัพธ์ที่ต้องการ เช่น "เรียงเป็นรายการ" "เขียนเป็นตาราง" "เขียนเป็นย่อหน้า"

ตัวอย่างเช่น Prompt "ในฐานะผู้จัดการโครงการ ช่วยร่างอีเมลสรุปสำหรับผู้บริหาร โดยอ้างอิงจากเอกสารโครงการนี้ และเขียนเป็นรายการ" ประกอบด้วยองค์ประกอบทั้ง 4 ด้าน ดังนี้:

  • Persona: ผู้จัดการโครงการ

  • Task: ร่างอีเมลสรุป

  • Context: เอกสารโครงการ

  • Format: รายการ

4. เทคนิคการเขียน Prompt ขั้นสูง

การใช้ Keywords ที่เฉพาะเจาะจง

การใช้ Keywords ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เราต้องการ จะช่วยให้ Gemini เข้าใจ และสร้างผลลัพธ์ที่ตรงตามความต้องการมากขึ้น เช่น หากต้องการให้ Gemini เขียนบทความเกี่ยวกับการท่องเที่ยว เราอาจใช้ Keywords เช่น "สถานที่ท่องเที่ยว" "โรงแรม" "ตั๋วเครื่องบิน" "กิจกรรม" 2

การกำหนด Context และ Constraints

การกำหนด Context คือการให้ข้อมูลพื้นฐาน หรือบริบท ที่เกี่ยวข้องกับ Prompt เช่น "สมมติว่าเป็นนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์" "เขียนบทความในมุมมองของนักเรียนมัธยมปลาย" 3

การกำหนด Constraints คือการกำหนดข้อจำกัด หรือเงื่อนไข ในการสร้างผลลัพธ์ เช่น "เขียนบทความไม่เกิน 500 คำ" "ใช้ภาษาที่เป็นทางการ" 3

การเชื่อมโยงข้อมูลจากไฟล์ของคุณ

ผู้อ่านสามารถใช้สัญลักษณ์ "@" เพื่ออ้างอิงถึงเอกสาร Sheets หรือไฟล์อื่นๆ ใน Workspace เมื่อเขียน Prompt เช่นเดียวกับที่ใช้ "@" เพื่อแท็กไฟล์ในแอปพลิเคชันต่างๆ นี่เป็นวิธีที่รวดเร็วและง่ายดายในการให้บริบทเพิ่มเติมแก่ Gemini และเชื่อมโยงข้อมูลที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของ Workspace 5

ตัวอย่างเช่น สมมติว่ากำลังวางแผนจัดงานนอกสถานที่ และได้รับอีเมลจากสมาชิกในทีมที่ขอข้อมูลโรงแรมเพื่อจองห้องพัก ผู้อ่านสามารถขอให้ Gemini ใน Gmail ค้นหาข้อมูลจาก Google Doc ที่มีรายละเอียดทั้งหมดของงานนอกสถานที่ โดยใช้ Prompt ดังนี้: "ช่วยหาชื่อโรงแรมและอีเมลผู้จัดการฝ่ายขายจาก @แผนงานนอกสถานที่บริษัท 2024" จากนั้นก็สามารถนำข้อมูลที่ Gemini หามาใส่ในอีเมลตอบกลับได้อย่างง่ายดาย

การใช้ Prompts Engineering เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

Prompts Engineering คือ กระบวนการออกแบบ ปรับแต่ง และทดสอบ Prompt เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เทคนิค Prompts Engineering เช่น 3:

  • การใช้ตัวอย่าง: ให้ตัวอย่าง Input และ Output ที่ต้องการ เพื่อให้ Gemini เรียนรู้รูปแบบ

  • การปรับแต่ง Parameter: ปรับแต่งค่า Parameter ต่างๆ ของ Gemini เช่น "temperature" "top_k" เพื่อควบคุมความหลากหลาย และความแม่นยำของผลลัพธ์

5. Gemini vs AI อื่นๆ: เหมือนหรือต่าง?

แม้ว่า LLM ต่างๆ เช่น Gemini และ ChatGPT จะมีหลักการทำงานคล้ายกัน แต่ก็มีความแตกต่างในการเขียน Prompt ที่เหมาะสมกับแต่ละ AI เช่นกัน 6

ความเหมือน:

  • หลักการพื้นฐาน: การเขียน Prompt ที่ดี ควรมีความชัดเจน กระชับ เฉพาะเจาะจง และมีบริบท เพื่อให้ AI เข้าใจ และสร้างผลลัพธ์ที่ตรงตามความต้องการ 1

  • การใช้ภาษาที่เป็นธรรมชาติ: ควรใช้ภาษาที่เป็นธรรมชาติ เหมือนการพูดคุยกับมนุษย์ เพื่อให้ AI เข้าใจ และสร้างผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติเช่นกัน 2

  • การทดลองและปรับแต่ง: ไม่มี Prompt ใดที่สมบูรณ์แบบที่สุด การทดลอง และปรับแต่ง Prompt อย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้เราค้นพบ Prompt ที่เหมาะสมกับงานของเรา และได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด 4

ความต่าง:

  • ความสามารถในการเข้าถึงข้อมูล: Gemini สามารถเข้าถึงข้อมูล และบริการต่างๆ ของ Google ได้ ในขณะที่ ChatGPT มีข้อจำกัดมากกว่า ดังนั้น การเขียน Prompt สำหรับ Gemini อาจเน้นการเชื่อมโยงข้อมูล และการใช้ประโยชน์จากบริการต่างๆ ของ Google 5

  • รูปแบบการโต้ตอบ: Gemini เน้นการโต้ตอบแบบหลายรูปแบบ เช่น ข้อความ รูปภาพ และเสียง ในขณะที่ ChatGPT เน้นการโต้ตอบด้วยข้อความเป็นหลัก ดังนั้น การเขียน Prompt สำหรับ Gemini อาจต้องคำนึงถึงรูปแบบการโต้ตอบที่หลากหลายมากขึ้น 7

  • จุดแข็ง: Gemini โดดเด่นด้านความแม่นยำ การวิเคราะห์ข้อมูล และการเชื่อมโยงข้อมูล ในขณะที่ ChatGPT โดดเด่นด้านความคิดสร้างสรรค์ และการเขียน ดังนั้น การเขียน Prompt ควรพิจารณาจุดแข็งของแต่ละ AI เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด 6

6. เคล็ดลับพิเศษ: เขียน Prompt อย่างไรให้ได้ผลลัพธ์สุดล้ำ

การตั้งคำถามที่ชัดเจนและกระชับ

ยิ่งคำถามชัดเจน และกระชับเท่าไหร่ Gemini ก็จะยิ่งเข้าใจ และตอบคำถามได้ตรงประเด็นมากขึ้นเท่านั้น หลีกเลี่ยงการใช้ภาษาที่กำกวม และพยายามใช้คำให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น 2

การใช้ภาษาที่เป็นธรรมชาติ

ใช้ภาษาที่เป็นธรรมชาติ เหมือนการพูดคุยกับมนุษย์ Gemini สามารถเข้าใจภาษาที่เป็นธรรมชาติได้ดี และจะสร้างผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติเช่นกัน 2

การทดลองและปรับแต่ง Prompt

ไม่มี Prompt ใดที่สมบูรณ์แบบที่สุด การทดลอง และปรับแต่ง Prompt อย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้เราค้นพบ Prompt ที่เหมาะสมกับงานของเรา และได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด 4 Prompt แรกที่ลองใช้ อาจไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่ต้องการในทันที ดังนั้น อย่าลืมทดลองใช้วิธีต่างๆ ใช้ Prompt ติดตามผล และปรับแต่ง Prompt เริ่มต้น เพื่อปรับปรุงผลลัพธ์ให้ดียิ่งขึ้น จากการศึกษาพบว่า Prompt ที่มีประสิทธิภาพโดยเฉลี่ยมีความยาวประมาณ 21 คำ พร้อมบริบทที่เกี่ยวข้อง ในขณะที่ผู้คนมักจะลองใช้ Prompt ที่มีคำน้อยกว่า 9 คำ 1

7. ตัวอย่างการใช้งาน Gemini ในชีวิตประจำวัน

Gemini สามารถช่วยผู้อ่านทำงานต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยกตัวอย่างเช่น 1:

  • การเขียน: Gemini สามารถช่วยเขียนอีเมล รายงาน บทความ และเนื้อหาอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ

  • การจัดระเบียบข้อมูล: Gemini สามารถช่วยสรุป จัดระเบียบ และวิเคราะห์ข้อมูล จากเอกสาร อีเมล และแหล่งข้อมูลอื่นๆ

  • การสร้างภาพ: Gemini สามารถสร้างภาพต้นฉบับ จากคำอธิบาย

  • การประชุม: Gemini สามารถช่วยจดบันทึก และสรุปประเด็นสำคัญ ในการประชุม

  • การวิจัย: Gemini สามารถช่วยค้นคว้า และเรียนรู้ หัวข้อใหม่ๆ ได้อย่างง่ายดาย

8. สรุป: ก้าวสู่การเป็น Master ด้านการเขียน Prompt บน Gemini

การเขียน Prompt เป็นทักษะสำคัญที่ช่วยให้ใช้งาน Gemini ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างสรรค์ผลลัพธ์สุดล้ำ การฝึกฝน การทดลอง และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้ผู้อ่านก้าวสู่การเป็น Master ด้านการเขียน Prompt บน Gemini ได้อย่างแน่นอน

เพื่อพัฒนาทักษะการเขียน Prompt ให้ลองทำตามคำแนะนำเหล่านี้:

  • เขียน Prompt ให้ชัดเจน กระชับ และเฉพาะเจาะจง: ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ตรงประเด็น และระบุสิ่งที่ต้องการให้ Gemini ทำอย่างชัดเจน

  • ให้บริบทที่เกี่ยวข้อง: ยิ่งให้ข้อมูล Gemini มากเท่าไหร่ ผลลัพธ์ก็จะยิ่งตรงตามความต้องการมากขึ้นเท่านั้น

  • ทดลองและปรับแต่ง Prompt: อย่ากลัวที่จะทดลอง Prompt รูปแบบต่างๆ และปรับแต่ง Prompt เดิม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

  • ใช้ภาษาที่เป็นธรรมชาติ: Gemini สามารถเข้าใจภาษาที่เป็นธรรมชาติได้ดี ดังนั้น จงเขียน Prompt เหมือนกับที่กำลังพูดคุยกับมนุษย์

  • ศึกษา Prompts Engineering เพิ่มเติม: เรียนรู้เทคนิคขั้นสูง เช่น การใช้ตัวอย่าง และการปรับแต่ง Parameter เพื่อยกระดับทักษะการเขียน Prompt

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับการเรียนรู้

คำแนะนำสำหรับการพัฒนา Prompt

  • ศึกษา Prompts Engineering เพิ่มเติม 3

  • เข้าร่วม Community ต่างๆ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ และประสบการณ์ เกี่ยวกับ Gemini กับผู้ใช้งานคนอื่นๆ

  • ติดตามข่าวสาร และอัปเดต เกี่ยวกับ Gemini อย่างสม่ำเสมอ เพื่อเรียนรู้ฟีเจอร์ใหม่ๆ และเทคนิคการใช้งาน ที่ Google พัฒนาขึ้น

หวังว่า Blog นี้ จะเป็นประโยชน์ และช่วยให้ผู้อ่านเขียน Prompt บน Gemini ได้อย่างมือโปรนะครับ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

1. A quick-starthandbook for effective prompts - Google https://services.google.com/fh/files/misc/gemini-for-google-workspace-prompting-guide-101.pdf

2. Tips to write prompts for Gemini - Google Workspace Learning Center https://support.google.com/a/users/answer/14200040?hl=en

3. Write better prompts for Gemini for Google Cloud https://cloud.google.com/gemini/docs/discover/write-prompts

4. Writing Effective AI Prompts for Business | Gemini for Workspace https://workspace.google.com/resources/ai/writing-effective-prompts/

5. 5 ways to write better AI prompts for Gemini in the Workspace side panel - The Keyword https://blog.google/products/workspace/google-gemini-workspace-ai-prompt-tips/

6. ChatGPT VS Gemini AI (Ultimate Test for 2025) - AI Tools - God of Prompt https://www.godofprompt.ai/blog/chatgpt-vs-gemini

7. Gemini vs. ChatGPT: What's the difference? [2025] - Zapier https://zapier.com/blog/gemini-vs-chatgpt/


Most Viewed Last 30 Days