รายงานสรุปการแถลงของประธานาธิบดีทรัมป์ต่อประชาชน เรื่องสงครามอิหร่าน (01/04/2569)

วันที่ 1 เมษายน 2569 เวลา 21.00 น. EST (ตรงกับ 07.00 น. ของวันที่ 2 เมษายน ตามเวลาประเทศไทย) ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แถลงการณ์ต่อประชาชนจากทำเนียบขาว เรื่องความคืบหน้าของสงครามกับอิหร่านภายใต้ปฏิบัติการ Operation Epic Fury ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 นับเป็นการแถลงอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบ 33 วันนับตั้งแต่เปิดฉากสงคราม

รายงานฉบับนี้สรุปสาระสำคัญจากการแถลงดังกล่าว ครอบคลุมเป้าหมายทางทหาร ประเด็นหยุดยิง ท่าทีต่อ NATO ผลกระทบทางเศรษฐกิจ และสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องในวันเดียวกัน

1. บริบทและที่มาของการแถลง

การแถลงครั้งนี้จัดขึ้นที่ Cross Hall ทำเนียบขาว ใช้เวลาทั้งสิ้นประมาณ 19 นาที
โดยสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านร่วมกันเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569
ก่อนหน้านี้ฝ่ายบริหารเคยประเมินกรอบเวลาปฏิบัติการไว้ที่ 4–6 สัปดาห์

ก่อนการแถลงไม่กี่ชั่วโมง มีความเคลื่อนไหวสำคัญ 2 เรื่อง
หนึ่ง — ทรัมป์โพสต์ใน Truth Social อ้างว่าอิหร่านขอหยุดยิง ซึ่งอิหร่านปฏิเสธทันทีว่าเป็นข้อกล่าวอ้างที่ไม่เป็นจริง
สอง — ทรัมป์ให้สัมภาษณ์สื่ออังกฤษ The Telegraph ว่ากำลังพิจารณาถอนสหรัฐฯ ออกจาก NATO

2. สาระสำคัญจากการแถลง

ทรัมป์ย้ำเป้าหมายทางทหาร 4 ด้านของ Operation Epic Fury ซึ่งประกาศไว้ตั้งแต่วันแรก ได้แก่

1) ทำลายคลังแสงขีปนาวุธและโรงงานผลิตของอิหร่าน
2) ทำลายกองทัพเรืออิหร่าน
3) ตัดเส้นทางการสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธตัวแทน (Proxy)
4) ป้องกันไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์

ทรัมป์ระบุว่าเป้าหมายเหล่านี้ "ใกล้บรรลุผลแล้ว"
พร้อมอ้างว่ากองทัพสหรัฐฯ สร้างชัยชนะอย่างถล่มทลายในสนามรบ
และเปรียบเทียบว่าสงครามครั้งนี้ใช้เวลาเพียง 32 วัน
ขณะที่สงครามโลก สงครามเกาหลี เวียดนาม อิรัก และอัฟกานิสถาน ใช้เวลาหลายปี

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ประกาศว่าจะ โจมตีอิหร่านอย่างหนักอีก 2–3 สัปดาห์
ซึ่งเท่ากับยืดระยะเวลาออกไปจากกรอบเดิมที่ฝ่ายบริหารเคยประเมินไว้ที่ 4–6 สัปดาห์

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังขู่ว่าหากไม่มีข้อตกลง สหรัฐฯ จะ
โจมตีโรงไฟฟ้าทุกแห่งของอิหร่านพร้อมกัน
และกล่าวว่ายังไม่ได้แตะแหล่งน้ำมัน แต่พร้อมจะทำได้ทุกเมื่อ

ในประเด็น Regime Change ทรัมป์ระบุว่าไม่ใช่เป้าหมายตั้งแต่แรก
แต่ก็เกิดขึ้นแล้ว เพราะผู้นำระดับสูงของอิหร่านเสียชีวิตจากการโจมตี
โดยกล่าวว่ากลุ่มผู้นำชุดใหม่ "มีความรุนแรงน้อยกว่าและมีเหตุผลมากกว่า"

3. ประเด็นหยุดยิงและช่องแคบฮอร์มุซ

ก่อนการแถลง ทรัมป์โพสต์ใน Truth Social ว่าประธานาธิบดีคนใหม่ของอิหร่านขอหยุดยิง
โดยตั้งเงื่อนไขว่าจะพิจารณาเมื่อ ช่องแคบฮอร์มุซเปิดให้เดินเรือได้อย่างอิสระ เท่านั้น

ฝ่ายอิหร่านปฏิเสธข้อกล่าวอ้างนี้ทันที
โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่าน Esmail Baghaei กล่าวผ่านสื่อของรัฐว่าเป็นข้อมูลที่ "เท็จและไร้มูลความจริง"

ประเด็นที่น่าจับตาคือ ท่าทีใหม่ของทรัมป์เรื่องช่องแคบฮอร์มุซ
จากเดิมที่เคยกดดันให้เปิดเส้นทาง กลับเปลี่ยนเป็นว่า
สหรัฐฯ จะไม่รับผิดชอบเรื่องนี้อีกต่อไป
ให้ประเทศที่พึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลาง เช่น ฝรั่งเศส ดูแลเอง

ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางเดินเรือที่ น้ำมัน 1 ใน 5 ของโลก ต้องผ่าน
การที่อิหร่านปิดกั้นเส้นทางนี้ได้ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานทั่วโลกอย่างรุนแรง
มีรายงานว่าอิหร่านเก็บค่าผ่านทางจากเรือสินค้าที่ถูกบังคับให้แล่นผ่านน่านน้ำอิหร่าน
ในอัตราสูงถึง 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อลำ

4. NATO และพันธมิตร

ทรัมป์แสดงความไม่พอใจต่อพันธมิตร NATO อย่างเปิดเผย
โดยให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ The Telegraph ของอังกฤษว่า
กำลังพิจารณา "อย่างจริงจัง" ที่จะถอนสหรัฐฯ ออกจาก NATO
เรียก NATO ว่าเป็น "เสือกระดาษ" (Paper Tiger)

เหตุผลหลักคือ ประเทศสมาชิก NATO ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมสงครามกับอิหร่าน
โดยเฉพาะการส่งเรือรบไปช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
หลายประเทศในยุโรปยังปฏิเสธให้ใช้น่านฟ้าสำหรับปฏิบัติการทางทหารอีกด้วย

รัฐมนตรีต่างประเทศ Marco Rubio สนับสนุนท่าทีนี้
โดยกล่าวว่าสหรัฐฯ จำเป็นต้อง "ทบทวนคุณค่าของ NATO สำหรับประเทศ" หลังจบสงคราม

ฝั่งยุโรปมีปฏิกิริยาหลากหลาย
นายกรัฐมนตรีอังกฤษ Keir Starmer ยืนยันว่าอังกฤษยังคงมุ่งมั่นกับ NATO
เรียกพันธมิตรนี้ว่าเป็น "พันธมิตรทางทหารที่มีประสิทธิภาพที่สุดที่โลกเคยมี"
ขณะที่นักการทูต NATO หลายคนมองว่าเป็นท่าทีกดดันที่เคยเห็นมาก่อน
โดยเลขาธิการ NATO Mark Rutte มีกำหนดเดินทางมาพบทรัมป์ที่วอชิงตันในสัปดาห์ถัดไป

อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตว่าการถอนตัวจาก NATO ต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา
ตาม National Defense Authorization Act ปี 2024
จึงไม่ใช่เรื่องที่ประธานาธิบดีจะทำได้โดยลำพัง

5. ผลกระทบทางเศรษฐกิจและตลาด

ตลาดการเงินตอบรับการแถลงของทรัมป์ในเชิงลบทันที

ตลาดหุ้น:
S&P 500 futures ลดลง 0.75%
Nasdaq futures ลดลง 1%
Dow futures ลดลงกว่า 310 จุด

ราคาน้ำมัน:
น้ำมันดิบสหรัฐฯ พุ่งขึ้น 2.24% แตะ $102.36 ต่อบาร์เรล
Brent ขยับขึ้น 3.24% แตะ $104.44 ต่อบาร์เรล

ราคาน้ำมันหน้าปั๊มในสหรัฐฯ:
ก่อนสงคราม (28/02/2569) เฉลี่ยอยู่ที่ $2.46 ต่อแกลลอน
ณ วันที่แถลง ขยับขึ้นมาเป็น $4.06 ต่อแกลลอน — เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวในเวลาเพียง 1 เดือน

ทรัมป์กล่าวโทษอิหร่านว่าเป็นสาเหตุของราคาน้ำมันที่พุ่งสูง
โดยระบุว่าเป็นผลจากการที่อิหร่านโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันและประเทศเพื่อนบ้าน

6. สถานการณ์ที่เกี่ยวข้องในวันเดียวกัน

การสกัดกั้นขีปนาวุธในอ่าวเปอร์เซีย
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) รายงานว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศสกัดกั้นขีปนาวุธและโดรนจากอิหร่าน
โดยนับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้น UAE สกัดกั้นขีปนาวุธแล้ว 438 ลูก ขีปนาวุธร่อน 19 ลูก และโดรน 2,012 ลำ
ซาอุดีอาระเบียรายงานการสกัดกั้นขีปนาวุธที่มุ่งหน้าสู่จังหวัดภาคตะวันออกเช่นกัน

กลุ่ม Houthi เปิดแนวรบใหม่
กลุ่มกบฏ Houthi ในเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน
ประกาศยิงขีปนาวุธเข้าสู่อิสราเอลเป็นครั้งที่ 3
หลังจากอยู่เฉยมาตลอดตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้น
สร้างความกังวลว่าอาจขยายวงไปสู่การปิดกั้นเส้นทาง ช่องแคบ Bab al-Mandeb ในทะเลแดงอีกด้วย

โจมตีสถานทูตสหรัฐฯ เดิมในเตหะราน
สื่ออิหร่านรายงานว่าอาคารสถานทูตสหรัฐฯ เดิมในกรุงเตหะราน ซึ่งถูกยึดในปี 1979
และเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ ได้รับความเสียหายจากการโจมตีทางอากาศในช่วงเช้าของวันเดียวกัน

7. แหล่งข้อมูลอ้างอิง

1. The White House — "President Trump's Clear and Unchanging Objectives Drive Decisive Success Against Iranian Regime" (01/04/2569)
2. CBS News — "Trump praises 'overwhelming victories' and says Iran war will wrap up 'very shortly' in prime-time address" (01/04/2569)
3. CNN — "Live updates: Trump says Iran war is 'nearing completion' in address to the nation" (01/04/2569)

Comments

Popular Posts of Last 30 days

เช้าวันที่ ChatGPT เปลี่ยนไป: การมาถึงของ GPT‑5.4

ถ้าอยากมีชีวิตที่เงียบสงบ ลองเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ เหล่านี้

จาก ChatGPT สู่ Claude: สิ่งที่ค้นพบหลังจากลองแล้ว