บางครั้ง การเดินจากมาก็ไม่ต้องมีคำอธิบาย
ไปอ่านเจอมา ชอบมาก
“If they don't value you, walk away and tell no one.”
หากใครไม่เห็นคุณค่าของเรา ก็เพียงเดินออกมา โดยไม่จำเป็นต้องบอกใคร
อ่านครั้งแรกอาจรู้สึกว่าเป็นเพียงคำแนะนำให้รู้จักรักษาคุณค่าของตัวเอง เมื่อคิดดี ๆ อีกที สิ่งที่ทำให้ประโยคนี้น่าสนใจไม่ใช่คำว่า Walk away แต่เป็นคำว่า Tell no one
เพราะการเดินออกมาจากสิ่งที่ทำให้เราไม่สบายใจ บางครั้งอาจไม่ยากเท่ากับการเดินออกมาโดยไม่ต้องอธิบาย ไม่ต้องทำให้อีกฝ่ายเข้าใจ และไม่ต้องการให้ใครรับรู้ว่าเราตัดสินใจเช่นนั้นเพราะอะไร
เมื่อเราเลิกพยายามทำให้ทุกคนเข้าใจ
ในความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว การทำงาน หรือการอยู่ร่วมกัน ย่อมมีบางช่วงเวลาที่เรารู้สึกว่าความตั้งใจหรือสิ่งที่ทุ่มเทลงไปไม่ได้รับการมองเห็นอย่างที่ควรจะเป็น
เมื่อเกิดความรู้สึกเช่นนี้ เรามักอยากอธิบาย อยากให้อีกฝ่ายเข้าใจ หรือหวังว่าการพูดคุยจะช่วยให้อะไรบางอย่างดีขึ้น
และหากทั้งสองฝ่ายยังพร้อมรับฟังกัน การพูดคุยย่อมเป็นสิ่งที่ควรทำ
แต่ก็มีบางสถานการณ์ที่เราพยายามอธิบายไปแล้วหลายครั้ง โดยไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
เมื่อถึงจุดหนึ่ง เราอาจต้องถามตัวเองว่า ยังจำเป็นต้องอธิบายต่อไปอีกหรือไม่
เพราะการที่ใครบางคนไม่เห็นคุณค่าของเรา ไม่ได้หมายความว่าเราต้องพยายามมากขึ้นเสมอไป บางครั้งอาจเป็นเพียงเพราะเรามองสิ่งต่าง ๆ ไม่เหมือนกัน และไม่มีเหตุผลที่จะต้องทำให้ทุกคนเห็นตรงกับเรา
วุฒิภาวะไม่ใช่การอดทนกับทุกเรื่อง
เรามักเข้าใจว่าคนที่มีวุฒิภาวะควรรู้จักอดทน ควบคุมอารมณ์ และไม่ตอบโต้เมื่อเผชิญกับสิ่งที่ไม่พอใจ
เรื่องเหล่านี้มีส่วนจริง แต่คงไม่ใช่ทั้งหมด
คนที่มีวุฒิภาวะไม่ได้จำเป็นต้องอดทนกับทุกเรื่อง และไม่ได้จำเป็นต้องตอบโต้ทุกครั้งที่รู้สึกว่าตนเองไม่ได้รับความสำคัญ
วุฒิภาวะอาจอยู่ที่การพิจารณาว่าเรื่องใดควรพูด เรื่องใดควรปล่อยผ่าน และเรื่องใดที่ถึงเวลาต้องถอยออกมา
บางครั้งการยืนยันจุดยืนเป็นสิ่งจำเป็น แต่ในบางสถานการณ์ การไม่ตอบโต้กลับเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า
การเดินออกมาไม่ได้หมายความว่าเรายอมรับว่าอีกฝ่ายถูกต้อง หรือกำลังยอมแพ้
เพียงแต่เราเลือกแล้วว่าจะไม่ใช้เวลาและความรู้สึกไปกับเรื่องเดิมอีกต่อไป
ความเงียบที่ไม่ได้ต้องการเอาชนะ
สิ่งที่ผู้เขียนชอบมากที่สุดในประโยคนี้ คือคำว่า Tell no one
เพราะเมื่อเราตัดสินใจจะเดินออกมา ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องประกาศให้ใครรับรู้
เราไม่จำเป็นต้องบอกว่าใครทำให้ผิดหวัง หรือพยายามทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่ากำลังสูญเสียอะไรไป
หากการเดินออกมาของเรายังต้องการให้อีกฝ่ายรู้สึกผิด เสียดาย หรือกลับมาเห็นคุณค่า การตัดสินใจนั้นก็อาจยังผูกอยู่กับความคาดหวังที่มีต่อเขา
การเดินออกมาอย่างเงียบ ๆ จึงต่างจากการเงียบเพื่อประชด
อย่างแรกคือการตัดสินใจที่จะไม่อยู่กับสิ่งเดิม ส่วนอย่างหลังยังคงหวังให้อีกฝ่ายสังเกตเห็นและแสดงปฏิกิริยาบางอย่าง
อย่างไรก็ตาม ความเงียบไม่ได้เหมาะกับทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะเมื่อยังมีหน้าที่หรือความรับผิดชอบร่วมกัน การสื่อสารอย่างตรงไปตรงมายังคงจำเป็น
แต่หากเราได้พูดในสิ่งที่ควรพูด และทำในสิ่งที่ควรทำแล้ว การหยุดอธิบายก็อาจเป็นเรื่องที่เหมาะสม
ไม่ใช่เพราะไม่มีอะไรจะพูด แต่เพราะไม่มีความจำเป็นต้องพูดอีกแล้ว
เดินออกมา แล้วเดินต่อไป
เมื่อผ่านประสบการณ์ชีวิตมากขึ้น เราอาจค่อย ๆ เรียนรู้ว่า ความเข้าใจและการยอมรับจากผู้อื่นไม่ใช่สิ่งที่เราจะได้รับเสมอไป
บางคนอาจมองไม่เห็นสิ่งที่เราทำ บางคนเห็นแต่ไม่ได้ให้ความสำคัญ และบางคนอาจมีมุมมองต่อสิ่งเดียวกันต่างจากเราโดยสิ้นเชิง
เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนความคิดของทุกคน เช่นเดียวกับที่ไม่จำเป็นต้องฝืนอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่เหมาะกับเรา
การเดินออกมาจึงไม่ใช่เรื่องของการเอาชนะใคร แต่เป็นการตัดสินใจว่าอะไรยังควรค่าแก่การรักษา และอะไรควรปล่อยให้ผ่านไป
บางครั้งเรารู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น และเพียงเท่านั้นก็เพียงพอสำหรับการตัดสินใจ
ไม่จำเป็นต้องมีคำพูดทิ้งท้าย หรือทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเสียดาย
เพียงเดินออกมาอย่างเงียบ ๆ แล้วใช้ชีวิตของเราต่อไป

Comments
Post a Comment